นาฬิกา เดินไปเรือยๆ
วันเวลา เดินไปเรือยๆ
คนที่บอกว่าจะไม่เปลียน ก็เปลียน ไม่ใช้เรืองแปลก ตกลงว่าอะไรทำให้คนเราเปลียนไป ทุกคนเปลียนเพราะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่บางคนก็ยังปากแข็งบอกว่าตัวเองไม่เคยเปลียนทั้งๆที่ไม่เคยจะชำเลืองมองตัวเองเลยซักนิด ว่าเปลียนไปมากขนาดไหน ขนาดแค่ร่างกายก็ยังเปลียนแปลง ความคิดจะไม่เปลียนไปซักนิดเลยหรอ
เคยเจอกัน เคยบอกว่ารักกัน วันนี้เจอกันจะบอกว่าไม่รักบ้างไม่ได้หรอ เห็นกันทุกวัน ผมไม่เชื่อว่าจะไม่เบื่อ ของสวยงามเหมือนน้ำหวาน ถ้าน้ำแข็งละลาย ฝสมกับน้ำหวานแล้ว ก็คงไม่หวานสดชื่นเหมือนเดิมใช้มั้ย
คนเราโตขึ้น มีอะไรที่ต้องคิดมากขึ้น ได้ไปเจอหลายอย่าง และต้องมีเรืองขบคิดมากขึ้น มันจะไม่เปลียนไปเลยหรอ
อย่าลืมนะ.....เวลาไม่ได้หยุดเดิน
ยกเว้นแต่ว่า.....เราคิดว่าหยุด....มันไม่เคยอยู่เฉยๆ มันเดินไปเรือย เราก็โตไปเรือยๆ
บางครั้งมานั้งคิดถึงเรืองเด็กๆ ตอนที่แฟนเคยบอก ตอนที่เพือนๆเคยบอกว่า เราจะไม่เปลียนไป แต่พอมาดูวันนี้สิ ทุกอย่างมันเปลียนไป หน้ามือเป็นหลังเท้า....แล้วไหนบอกจะไม่เปลียน ทุกคนต้องเปลียนหมดเหละ
คนที่ผมรักคนนึงเคยบอกว่าเราจะเป็นแบบนี้ตลอดไป แต่มันก็ไม่ใช้อย่างนั้น วันนี้เค้าบอกว่าผมเปลียนไป มาก...มากมายจนเข้าใจกันไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะผมเปลียนตามเวลา แต่ที่ยังคงอยู่คือสือสัตกับคนที่ผมรัก แต่วันนี้กลายเป็น....เราคิดว่าคงไม่ใช้แล้วละ ลองแยกกันดีกว่า.....จริงๆผมกับเค้าก็แยกกันนาน แยกกันเพราะ..ไม่ได้ติดต่อกันซะมากกว่า ทำไมนะหรอ ก็เราเปลียนไปไง อะไรที่เคยคิดตรงกันว่าใช้ วันนี้ผมกลับบอกไม่ใช้มันมีอะไรมากกว่านั้น
จริงๆที่เราแยกกัน ไม่ใช้เพราะเวลา ไม่ใช้เพราะสังคม เป็นเพราะเราเปลียนไปทั้งคู้ซะมากกว่า ไม่ใช้เรืองไหนๆเลย เหมือนกับได้ลองศึกษาและถามตัวเองว่า พอใจกับคนนี้หรือยัง ส่วนลึกๆก็จะบอกว่าไม่ ไม่ใช้เพราะเค้าเป็นคนไม่ดี แต่เพราะ.....บางอย่าง บางสถานการที่ทำให้เราเป็นแบบนี้
ไม่เสียใจร้องห่มร้องไห้ เพราะเรืองแบบนี้ มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน อย่าไปโทษอย่างนั้นอย่างนี้เลย เพราะไม่ใช้ความผิดของใคร เป็นทางของแต่ละบุคลซะมากกว่า
ผมลองนั้งคิดถึงเรืองในอดีต จนถึงปัจุบัน ผมก็จะเจอว่าผมเปลียนไปมากมายขนาดไหน ถ่้ามัวแต่คิดว่าความผิดของใครละก็ จะมานั้งเกลียดกันเปล่าๆ อย่างน้อยไว้เป็นเพือนคุยเวลาไม่มีใครแล้วจริงๆก็ยังดี
ได้ทดลองแล้วก็รู้ ว่าใช้หรือไม่ อย่างหวังว่าจะกลับไปหาเค้าอย่างเดิม เอาเวลามาทำงาน หาอะไรมาทำเพลินๆยังจะดีกว่า
ผมคิดว่า ถ้ายิ่งหาวิธีกลับไปเป็นแบบเดิมจะหาเรืองให้เกลียดกันมากกว่า เพราะยังไงเราเป็นเพือนก็ดีที่สุดใช้มั้ย สดวกใจกว่ากันเยอะเลยละ
บางครั้งการเสียอะไรที่รักไป เดียวก็จะได้สิ่งที่ดีกว่าและเป็นสิ่งที่รักมากกว่า ในเวลาไม่นาน ของบางอย่างเหมือนยิ่งหา ยิ่งไม่เจอ แต่เมือเราแค่อยู่เฉยๆเหมือนมันวิ่งเข้ามาหาเราเองอย่างน่าประหลาดใจ.......
พอโตขึ้นมา ก็จะรู้ว่า การเสีย และการได้รับมันใกล้เคียงกันขนาดไหน ความรักไม่ใช้แบบเดิม ไม่ใช้แบบเด็กๆที่จะมาส่งดอกไม้ให้กันทุก ไม่ใช้จะร้องเพลงรักให้กันฟัง ไม่ใช้การได้อยู่ด้วย ความรักไม่เหมือนในเพลงรักน้ำเน่า ความรักไม่ใช้การหึงหวง ความรักกลายเป็นความเข้าใจในสิ่งที่เป็นของทั้ง 2 คนใช่ว่าเพียงแต่รัก แต่ต้องรับหลายๆอย่างและปรับเข้าหากันได้ด้วย
ตัวเองไม่ได้รู้เรืองอะไรมากมาย แต่เขียนจากที่เจอมากับตัวเท่านั้น ความคิดส่วนตัวตัวคับ ผิดพลาดขออภัยด้วยละกัน
วันเวลา เดินไปเรือยๆ
คนที่บอกว่าจะไม่เปลียน ก็เปลียน ไม่ใช้เรืองแปลก ตกลงว่าอะไรทำให้คนเราเปลียนไป ทุกคนเปลียนเพราะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่บางคนก็ยังปากแข็งบอกว่าตัวเองไม่เคยเปลียนทั้งๆที่ไม่เคยจะชำเลืองมองตัวเองเลยซักนิด ว่าเปลียนไปมากขนาดไหน ขนาดแค่ร่างกายก็ยังเปลียนแปลง ความคิดจะไม่เปลียนไปซักนิดเลยหรอ
เคยเจอกัน เคยบอกว่ารักกัน วันนี้เจอกันจะบอกว่าไม่รักบ้างไม่ได้หรอ เห็นกันทุกวัน ผมไม่เชื่อว่าจะไม่เบื่อ ของสวยงามเหมือนน้ำหวาน ถ้าน้ำแข็งละลาย ฝสมกับน้ำหวานแล้ว ก็คงไม่หวานสดชื่นเหมือนเดิมใช้มั้ย
คนเราโตขึ้น มีอะไรที่ต้องคิดมากขึ้น ได้ไปเจอหลายอย่าง และต้องมีเรืองขบคิดมากขึ้น มันจะไม่เปลียนไปเลยหรอ
อย่าลืมนะ.....เวลาไม่ได้หยุดเดิน
ยกเว้นแต่ว่า.....เราคิดว่าหยุด....มันไม่เคยอยู่เฉยๆ มันเดินไปเรือย เราก็โตไปเรือยๆ
บางครั้งมานั้งคิดถึงเรืองเด็กๆ ตอนที่แฟนเคยบอก ตอนที่เพือนๆเคยบอกว่า เราจะไม่เปลียนไป แต่พอมาดูวันนี้สิ ทุกอย่างมันเปลียนไป หน้ามือเป็นหลังเท้า....แล้วไหนบอกจะไม่เปลียน ทุกคนต้องเปลียนหมดเหละ
คนที่ผมรักคนนึงเคยบอกว่าเราจะเป็นแบบนี้ตลอดไป แต่มันก็ไม่ใช้อย่างนั้น วันนี้เค้าบอกว่าผมเปลียนไป มาก...มากมายจนเข้าใจกันไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะผมเปลียนตามเวลา แต่ที่ยังคงอยู่คือสือสัตกับคนที่ผมรัก แต่วันนี้กลายเป็น....เราคิดว่าคงไม่ใช้แล้วละ ลองแยกกันดีกว่า.....จริงๆผมกับเค้าก็แยกกันนาน แยกกันเพราะ..ไม่ได้ติดต่อกันซะมากกว่า ทำไมนะหรอ ก็เราเปลียนไปไง อะไรที่เคยคิดตรงกันว่าใช้ วันนี้ผมกลับบอกไม่ใช้มันมีอะไรมากกว่านั้น
จริงๆที่เราแยกกัน ไม่ใช้เพราะเวลา ไม่ใช้เพราะสังคม เป็นเพราะเราเปลียนไปทั้งคู้ซะมากกว่า ไม่ใช้เรืองไหนๆเลย เหมือนกับได้ลองศึกษาและถามตัวเองว่า พอใจกับคนนี้หรือยัง ส่วนลึกๆก็จะบอกว่าไม่ ไม่ใช้เพราะเค้าเป็นคนไม่ดี แต่เพราะ.....บางอย่าง บางสถานการที่ทำให้เราเป็นแบบนี้
ไม่เสียใจร้องห่มร้องไห้ เพราะเรืองแบบนี้ มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน อย่าไปโทษอย่างนั้นอย่างนี้เลย เพราะไม่ใช้ความผิดของใคร เป็นทางของแต่ละบุคลซะมากกว่า
ผมลองนั้งคิดถึงเรืองในอดีต จนถึงปัจุบัน ผมก็จะเจอว่าผมเปลียนไปมากมายขนาดไหน ถ่้ามัวแต่คิดว่าความผิดของใครละก็ จะมานั้งเกลียดกันเปล่าๆ อย่างน้อยไว้เป็นเพือนคุยเวลาไม่มีใครแล้วจริงๆก็ยังดี
ได้ทดลองแล้วก็รู้ ว่าใช้หรือไม่ อย่างหวังว่าจะกลับไปหาเค้าอย่างเดิม เอาเวลามาทำงาน หาอะไรมาทำเพลินๆยังจะดีกว่า
ผมคิดว่า ถ้ายิ่งหาวิธีกลับไปเป็นแบบเดิมจะหาเรืองให้เกลียดกันมากกว่า เพราะยังไงเราเป็นเพือนก็ดีที่สุดใช้มั้ย สดวกใจกว่ากันเยอะเลยละ
บางครั้งการเสียอะไรที่รักไป เดียวก็จะได้สิ่งที่ดีกว่าและเป็นสิ่งที่รักมากกว่า ในเวลาไม่นาน ของบางอย่างเหมือนยิ่งหา ยิ่งไม่เจอ แต่เมือเราแค่อยู่เฉยๆเหมือนมันวิ่งเข้ามาหาเราเองอย่างน่าประหลาดใจ.......
พอโตขึ้นมา ก็จะรู้ว่า การเสีย และการได้รับมันใกล้เคียงกันขนาดไหน ความรักไม่ใช้แบบเดิม ไม่ใช้แบบเด็กๆที่จะมาส่งดอกไม้ให้กันทุก ไม่ใช้จะร้องเพลงรักให้กันฟัง ไม่ใช้การได้อยู่ด้วย ความรักไม่เหมือนในเพลงรักน้ำเน่า ความรักไม่ใช้การหึงหวง ความรักกลายเป็นความเข้าใจในสิ่งที่เป็นของทั้ง 2 คนใช่ว่าเพียงแต่รัก แต่ต้องรับหลายๆอย่างและปรับเข้าหากันได้ด้วย
ตัวเองไม่ได้รู้เรืองอะไรมากมาย แต่เขียนจากที่เจอมากับตัวเท่านั้น ความคิดส่วนตัวตัวคับ ผิดพลาดขออภัยด้วยละกัน





