2006/Jun/23

นาฬิกา เดินไปเรือยๆ
วันเวลา เดินไปเรือยๆ

คนที่บอกว่าจะไม่เปลียน ก็เปลียน ไม่ใช้เรืองแปลก ตกลงว่าอะไรทำให้คนเราเปลียนไป ทุกคนเปลียนเพราะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่บางคนก็ยังปากแข็งบอกว่าตัวเองไม่เคยเปลียนทั้งๆที่ไม่เคยจะชำเลืองมองตัวเองเลยซักนิด ว่าเปลียนไปมากขนาดไหน ขนาดแค่ร่างกายก็ยังเปลียนแปลง ความคิดจะไม่เปลียนไปซักนิดเลยหรอ

เคยเจอกัน เคยบอกว่ารักกัน วันนี้เจอกันจะบอกว่าไม่รักบ้างไม่ได้หรอ เห็นกันทุกวัน ผมไม่เชื่อว่าจะไม่เบื่อ ของสวยงามเหมือนน้ำหวาน ถ้าน้ำแข็งละลาย ฝสมกับน้ำหวานแล้ว ก็คงไม่หวานสดชื่นเหมือนเดิมใช้มั้ย

คนเราโตขึ้น มีอะไรที่ต้องคิดมากขึ้น ได้ไปเจอหลายอย่าง และต้องมีเรืองขบคิดมากขึ้น มันจะไม่เปลียนไปเลยหรอ

อย่าลืมนะ.....เวลาไม่ได้หยุดเดิน

ยกเว้นแต่ว่า.....เราคิดว่าหยุด....มันไม่เคยอยู่เฉยๆ มันเดินไปเรือย เราก็โตไปเรือยๆ

บางครั้งมานั้งคิดถึงเรืองเด็กๆ ตอนที่แฟนเคยบอก ตอนที่เพือนๆเคยบอกว่า เราจะไม่เปลียนไป แต่พอมาดูวันนี้สิ ทุกอย่างมันเปลียนไป หน้ามือเป็นหลังเท้า....แล้วไหนบอกจะไม่เปลียน ทุกคนต้องเปลียนหมดเหละ

คนที่ผมรักคนนึงเคยบอกว่าเราจะเป็นแบบนี้ตลอดไป แต่มันก็ไม่ใช้อย่างนั้น วันนี้เค้าบอกว่าผมเปลียนไป มาก...มากมายจนเข้าใจกันไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะผมเปลียนตามเวลา แต่ที่ยังคงอยู่คือสือสัตกับคนที่ผมรัก แต่วันนี้กลายเป็น....เราคิดว่าคงไม่ใช้แล้วละ ลองแยกกันดีกว่า.....จริงๆผมกับเค้าก็แยกกันนาน แยกกันเพราะ..ไม่ได้ติดต่อกันซะมากกว่า ทำไมนะหรอ ก็เราเปลียนไปไง อะไรที่เคยคิดตรงกันว่าใช้ วันนี้ผมกลับบอกไม่ใช้มันมีอะไรมากกว่านั้น

จริงๆที่เราแยกกัน ไม่ใช้เพราะเวลา ไม่ใช้เพราะสังคม เป็นเพราะเราเปลียนไปทั้งคู้ซะมากกว่า ไม่ใช้เรืองไหนๆเลย เหมือนกับได้ลองศึกษาและถามตัวเองว่า พอใจกับคนนี้หรือยัง ส่วนลึกๆก็จะบอกว่าไม่ ไม่ใช้เพราะเค้าเป็นคนไม่ดี แต่เพราะ.....บางอย่าง บางสถานการที่ทำให้เราเป็นแบบนี้

ไม่เสียใจร้องห่มร้องไห้ เพราะเรืองแบบนี้ มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน อย่าไปโทษอย่างนั้นอย่างนี้เลย เพราะไม่ใช้ความผิดของใคร เป็นทางของแต่ละบุคลซะมากกว่า

ผมลองนั้งคิดถึงเรืองในอดีต จนถึงปัจุบัน ผมก็จะเจอว่าผมเปลียนไปมากมายขนาดไหน ถ่้ามัวแต่คิดว่าความผิดของใครละก็ จะมานั้งเกลียดกันเปล่าๆ อย่างน้อยไว้เป็นเพือนคุยเวลาไม่มีใครแล้วจริงๆก็ยังดี

ได้ทดลองแล้วก็รู้ ว่าใช้หรือไม่ อย่างหวังว่าจะกลับไปหาเค้าอย่างเดิม เอาเวลามาทำงาน หาอะไรมาทำเพลินๆยังจะดีกว่า

ผมคิดว่า ถ้ายิ่งหาวิธีกลับไปเป็นแบบเดิมจะหาเรืองให้เกลียดกันมากกว่า เพราะยังไงเราเป็นเพือนก็ดีที่สุดใช้มั้ย สดวกใจกว่ากันเยอะเลยละ

บางครั้งการเสียอะไรที่รักไป เดียวก็จะได้สิ่งที่ดีกว่าและเป็นสิ่งที่รักมากกว่า ในเวลาไม่นาน ของบางอย่างเหมือนยิ่งหา ยิ่งไม่เจอ แต่เมือเราแค่อยู่เฉยๆเหมือนมันวิ่งเข้ามาหาเราเองอย่างน่าประหลาดใจ.......

พอโตขึ้นมา ก็จะรู้ว่า การเสีย และการได้รับมันใกล้เคียงกันขนาดไหน ความรักไม่ใช้แบบเดิม ไม่ใช้แบบเด็กๆที่จะมาส่งดอกไม้ให้กันทุก ไม่ใช้จะร้องเพลงรักให้กันฟัง ไม่ใช้การได้อยู่ด้วย ความรักไม่เหมือนในเพลงรักน้ำเน่า ความรักไม่ใช้การหึงหวง ความรักกลายเป็นความเข้าใจในสิ่งที่เป็นของทั้ง 2 คนใช่ว่าเพียงแต่รัก แต่ต้องรับหลายๆอย่างและปรับเข้าหากันได้ด้วย

ตัวเองไม่ได้รู้เรืองอะไรมากมาย แต่เขียนจากที่เจอมากับตัวเท่านั้น ความคิดส่วนตัวตัวคับ ผิดพลาดขออภัยด้วยละกัน

2006/Jun/13

ช่วงนี้ดวงซวยๆไงมะรู้.....รู้สึกว่าข้าวของพังตามๆกัน

พี่ที่เกิดเดือนเดียวกัน เกิดก่อนผม 1 รอบบอกว่า ปีนี้กับปีหน้าเป็นปีโครตซวยของพวกเรา เพราะปีมันไม่ชงกัน ไอ้ผมก็ไม่ค่อยเชื่อหรอก เพราะข้าวของพังมันเป็นเรืองธรรมดามากๆเลย เพราะผมใช้งานอะไรก็จะใช้งานอย่างหนัก ไม่ค่อยใช้ถนอม เพราะซือมาแล้วก็ต้องใช้

ล่าสุดกลับมาจากประเทศลาว.....ซวยจริงๆ (ไปเทียวมา) Power Supply พังซะงั้นนะ ไม่น่าเชื่อ ไปแค่อาทิตย์ก่าๆกลับมาพังซะแระ เฮ้ยใครมาทำอะไรกับคอมเราอะเปล่า แต่ว่าก็ไม่มีใครมาที่นี้นิ งงจริงๆอยู่ดีๆก็พังซะงั้น แปลกใจมากๆ อยู่ดีๆก็มาพัง แถม สาย Change Nintendo Ds ก็มาพังอีก เฮ้ยได้เรืองเสียเงินเสียทองตั้งแต่ต้นเดือนเลย แต่สาย Change ไม่ค่อยแปลกใจหรอก ก็ทั้งตก ทั้งเหยียบอย่างนั้นจะไม่พังได้ไงละ

เรืองดวงชะตา เชื่อมากบางครั้งก็....รู้สึกว่ามันจริง แต่คิดไปคิดมาแล้ว เรืองที่เกิดก็มันจะเกิดจากตัวเองซะมากกว่า เชื่อมากไปก็ไม่เป็นอันทำงานทำการกัน ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยเชื่อเรืองพวกนี้ เพราะรู้สึกว่าทำอะไร ตัวเองกำหนดมากกว่า จะไปเชื่อคนที่เราไม่รู้จักไม่รู้ว่าเค้าเป็นใครมาบอกอย่างนั้นอย่างนี้ ผมว่ามันเหลือเชื่อไปหน่อยนะ

เชื่อตัวเองซะยังจะดีกว่า เพราะอย่างน้อย เราก็กำหนดเอง

[Desktop Setup 12/06/06]
และตอนนี้ก็เหลือแต่ไอ้ขาวที่จะใช้งานได้ในช่วงเวลานี้ เพราะ Pc มัน Power Supply พังสนิดเลย

edit @ 2006/06/13 00:40:48

2006/May/21

กลับมาได้ 2 วันแระหลังจากออกต่างจังหวัด

วันแรกที่กลับมาเหนือยอยู่แล้ว กำลังจะนอนพี่ๆที่รักก็ชวนออกไปดูงาน เราก็เกรงใจไปก็ได้วะ วันแรกที่กลับมาถึง กทม กลับมาตอน 9 โมงกว่าๆ กลับมาแล้วก็กะนอนเติมที่เลยแต่ว่า ไม่ได้นอนเพราะพี่โทรตาม

พอคุยงานเสร็จตกเย็นก็ไปแวะฟอจูน...เดินดูของซักหน่อย อยากเห็น macbook ตัวใหม่แต่ก็ยังไม่เห็นร้านไหนมาซักร้าน ราคาเป็นเงินไทยเห็นว่าอยู่ราวๆ 65000 ไม่ vat ถ้าตัวเล็กก็ราวๆ 55000 นิๆไม่ vat ราคาก็ค่อนข้างดุเลยละ คิดอีกทีแล้วก็ใจหายเหมือนกัน เครืองเรา ไม่ผลิดแล้วไอ้ขาวสายพัน powerpc G4 เหมือนพึ่งได้มันมาเป็นแฟนไม่นาน ก็มีสาวคนใหม่ที่ร้อนแรงและ รูปร้างสวยกว่าออกมาซะแล้ว แต่ยังไงก็ยังรักไอ้ขาวตัวเดิมอยู่ดีแหละ

เดินเล่นฟอจูน เดินเล่นอยู่นานเพราะรอพี่อีกคนนึง...กว่าจะมาตั้งราวๆชั่วโมง โอ้ยนานๆ ไปนั้งเล่นตรง หน้าฟอจูนไปสูบบุหรี เฮ้ยแอบไปเห็นร้าน ขายหนมปัง แบบที่ตอนนี้กำลังฮิตๆกันอยู่นะ น่าแปลกใจที่คนรอซือเยอะเลย แต่จำได้ว่ามันไม่ใช้ชื่อร้านนี้นิหน่า จำได้ว่าชื่อ โรตีบอย แต่พี่ผมบอกว่าโรตีบอยเป็นเหมือนกระแสนิยมมากกว่า เพราะ มันไม่อร่อยเลย (พี่บอกมา) ผมก็ไม่เคยกินซะด้วย....เลยลงทุนไปต่อแถว ราวๆ 5 นาทีก็ได้กิน เพราะคนไม่ค่อยเยอะมันก็เลยเร็ว เออแบบว่าไม่รู้นะ ผมว่ากำลัยคงเยอะน่าดูอะเพราะพอแกะห่อออกมาแล้ว ฉีกมันก็แฟบ (หดตัว) ลงไปเหลือนิดเดียวเองอะ แล้วก็รู้สึกไม่เห็นอะอร่อยน่าพิสวาดเลย ก้อนละ 10 บาท ได้แค่เนีย


ไม่ได้โฆษณาให้นะ แต่ผมว่ารดชาดมันไม่รู้ว่าความอร่อยมันไปอยู่ตรงไหนแล้ว 10 บาทที่เสียไปได้อะไรกลับมา ผมเห็นผู้หญิงคนนึง ถึงกับลงทุน ขับรถมาซือขนมเนียเวงกำจริงๆ ผมกินแล้ว ก็ไม่เห็นรู้สึกว่าอะไรอะไรเลยนะ ทำไคนเค้าชอบกันจัง ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

พี่เคยเล่าให้ฟังว่า ที่สยาม รอนานถึง 2 ชม เพื่อที่จะได้กินขนมพันนี้อ่ะ แล้วห้ามซือเกิน 10 ชิ้นด้วยอะ อะไรจะปานั้น วันนึงต้องได้กำลัยเยอะมากๆแน่เลย เพราะขนมชิ้นแค่นั้น แอบไปเห็นหลังร้านมาอ่ะ ก้อนเล็กมากๆเลย แล้วก็เอากาแฟลาดเป็นม้วนๆแล้วเข้าเตาอบ ออกมาก็...เป็นแบบที่เห็นภาพแรกเหละ คนมาซือกันเติมเลย แปลกใจคนไทยจริงหนอ.....

เคยผ่านตรงร้าน โรตีบอยครั้งนึงแถวๆหน้ารามอะ นั้งรถเมย์ผ่าน เฮ้ยคนโครตเยอะเลยคับ น่าแปลกใจเลย ทำไมคนมันเยอะขนาดนั้น วันไหนแวะไปแถวนั้นจะเอารูปมาฝาก

ผมสังเกตุอย่านึง พวกเด็กๆไม่ค่อยซือนะคับ ส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่น กับวัยทำงานอ่ะ คนที่กินบ่อยๆเป็นคนแบบไหนหว่า แต่อย่างว่าเหละคับ ว่ากันไม่ได้เรืองความชอบเนีย เพราะคนคงไม่ชอบเหมือนกันอยู่แล้ว

รออยู่นานจนพี่มาก็ไปซือ dvd-rw แล้วก็ของจิปาถะนิดๆหน่อยๆ แล้วก็กลับคับ ว่าจะเอา mighty mouse ไปเคลม เพราะรู้สึกว่ามันเริมมีอาการแปลกๆแระ บางครั้งเหมือนมันรวนๆ แต่ดูแล้วน่าเครมเพราะอาการมันเริมไม่ค่อยดีตั้งแต่ เดือนที่แล้วและ

เอาแระ ยาวมากพอดูเลย เด๊ยววันนนี้ไป meting ของ thainintendo ตอนราวๆ เทียงๆ ไปเดินเล่นดูงานซักหน่อย ไหนๆก้วันหยุดแล้ว วันจันทร์เดินทางต่อ...รอบนี้น่าจะราวๆ 1 อาทิตย์ ทำงานแบบเดินทางบ่อยก็สนุกดีเหมือนกัน เด๊ยวเก็บรูปมาฝาก รอบนี้จริงๆไปที่เดิมเหละ วางระบบสุดท้ายเสร็จรอบนี้คงไม่ได้ออกต่างจังหวัดอีกนาน.....แล้วจะเก็บบรรยากาศ meting มาฝาก

ขอตัวและคับบ ขอให้ทุกคนโชคดี......

edit @ 2006/05/21 10:16:52